นโยบายและแนวทางปฏิบัติ

การพัฒนาที่ยั่งยืน

  1. บุคลากรของบริษัทต้องบันทึกข้อมูลทางการเงิน ข้อมูลในการดำเนินธุรกิจ ตลอดจนข้อมูลเกี่ยวกับผู้มีส่วนได้เสียต่าง ๆ ของบริษัทอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และทันเวลา โดยปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทหรือกฎหมายกำหนดไว้
  2. บุคลากรของบริษัทต้องรายงานข้อมูลอย่างถูกต้อง ตรงไปตรงมาตามข้อเท็จจริง โดยไม่จัดทำเอกสารปลอม ไม่ปิดบังหรือบิดเบือนข้อมูลที่แท้จริง
  3. บุคลากรของบริษัทต้องเก็บรักษาข้อมูลที่สำคัญทางธุรกิจ ตลอดจนข้อมูลความลับเกี่ยวกับบริษัทและผู้มีส่วนได้เสียต่าง ๆ ของบริษัทไว้อย่างเข้มงวดที่สุดและอยู่ในวงจำกัด โดยไม่เปิดเผยต่อผู้ไม่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกบริษัท แม้จะเกษียณอายุ ลาออก หรือสิ้นสุดการทำงานกับบริษัทแล้วก็ตาม เว้นแต่เป็นไปตามข้อบังคับโดยกฎหมายหรือมติของคณะกรรมการบริษัท
  4. บุคลากรของบริษัทต้องไม่นำข้อมูลภายในของบริษัทซึ่งยังมิได้เปิดเผยต่อสาธารณชนไปใช้แสวงหาผลประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่นในทางมิชอบ
  5. บุคคลภายนอกซึ่งมีโอกาสเข้ามาเกี่ยวข้องหรือมีโอกาสได้ล่วงรู้ข้อมูลภายในที่สำคัญของบริษัท ต้องลงนามในข้อตกลงการรักษาความลับข้อมูล (Confidentiality Agreement) เพื่อให้มั่นใจว่าบุคคลเหล่านั้นจะใช้ความระมัดระวังรักษาความลับและข้อมูลภายในทำนองเดียวกับบุคลากรของบริษัท
  6. การเปิดเผยข้อมูลที่สำคัญทางธุรกิจต้องเป็นไปโดยบุคลากรของบริษัทที่มีอำนาจหน้าที่ เมื่อได้รับคำถามเกี่ยวกับข้อมูลที่สำคัญทางธุรกิจ โดยที่ตนไม่มีหน้าที่ในการเปิดเผยข้อมูลนั้น ควรแนะนำให้ผู้ถามติดต่อไปยังผู้มีหน้าที่เปิดเผยข้อมูล
  1. บุคลากรของบริษัทต้องไม่กระทำการใด ๆ ที่ไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทและบริษัทอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อประโยชน์แก่ตนเองหรือผู้อื่น เช่น
    • ไม่ซื้อ ขาย โอน รับโอน หลักทรัพย์ของบริษัทโดยอาศัยประโยชน์จากข้อมูลภายในที่ยังไม่เปิดเผย เพื่อประโยชน์แก่ตนเองหรือผู้อื่น (Insider Trading)
    • ไม่ซื้อ ขาย โอน รับโอน หลักทรัพย์ของบริษัทในลักษณะที่ทำให้บุคคลอื่นเข้าใจผิดโดยมุ่งหมายให้ราคา และ/หรือ ปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ผิดไปจากสภาพปกติ โดยมีเจตนาหลอกลวงให้ผู้อื่นสำคัญผิดเกี่ยวกับราคาและปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ และหวังผลประโยชน์จากการลวงการซื้อขายนั้น (Market Manipulation)
    • ไม่เผยแพร่ข่าวเท็จหรือบิดเบือนข้อมูลซึ่งก่อให้เกิดความเข้าใจผิด หรือมีเจตนาให้ผู้อื่นสำคัญผิดในข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบริษัทหรือราคาหลักทรัพย์ของบริษัท (Misstatement)
  2. กรณีที่มีข่าวลือหรือข่าวสารต่าง ๆ ที่มีผลต่อการซื้อขายหลักทรัพย์หรือมีผลต่อการตัดสินใจลงทุนในหลักทรัพย์ของบริษัท บริษัทต้องชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข่าวลือหรือข่าวสารนั้นโดยเร็วที่สุด
  3. กรณีที่เกิดภาวะการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทและบริษัทอื่นที่เกี่ยวข้องที่ผิดปกติซึ่งเกิดจากการรั่วไหลของสารสนเทศที่ยังไม่ได้เปิดเผยของบริษัทโดยบุคคลภายใน จะถือว่าบุคคลภายในที่เป็นสาเหตุการรั่วไหลของสารสนเทศนั้นมีความผิดตามระเบียบบริษัท และอาจถูกดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

คณะกรรมการบริษัทกำหนดกรอบการกำกับดูแลและการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศระดับองค์กร ที่สอดคล้องกับความต้องการของกิจการ รวมทั้งดูแลให้มีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจและพัฒนาการดำเนินงาน การบริหารความเสี่ยง เพื่อให้กิจการสามารถบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายหลักของกิจการ โดยบุคลากรของบริษัทจะต้องปฏิบัติตามนโยบายด้านความปลอดภัยสารสนเทศดังต่อไปนี้

  1. การใช้งานระบบสารสนเทศของบริษัทต้องเป็นไปเพื่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทเท่านั้น ซึ่งระบบสารสนเทศถือเป็นทรัพย์สินของบริษัท ผู้ใช้มิอาจคาดหวังความเป็นส่วนตัว (Privacy) ได้ และต้องหลีกเลี่ยงการใช้ระบบสารสนเทศที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานของบริษัท
  2. บุคลากรของบริษัทต้องปฏิบัติตามนโยบายความปลอดภัยสารสนเทศ (Information Security Policy) และมาตรฐานความปลอดภัยสารสนเทศ (Information Security Standard) ตลอดจนกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ นโยบายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด
  3. เจ้าของข้อมูลสารสนเทศต้องกำหนดระดับชั้นความลับสารสนเทศให้เหมาะสมกับข้อมูลที่ได้อ้างอิงข้อมูลจากมาตรฐานความปลอดภัยสารสนเทศ (Information Security Standard) โดยในการจัดแบ่งระดับชั้นความลับให้พิจารณาถึงความจำเป็นที่ต้องปกป้องข้อมูลดังกล่าวในทางธุรกิจและผลกระทบหากข้อมูลรั่วไหลหรือถูกแก้ไขข้อบังคับและกฎหมาย ข้อผูกมัดในสัญญา ทั้งนี้ ระดับชั้นความลับสามารถเปลี่ยนแปลงได้โดยขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเจ้าของข้อมูลนั้น
  4. บุคลากรของบริษัทที่พบเหตุฉุกเฉินซึ่งอาจกระทบการดำเนินธุรกิจและเสถียรภาพของระบบสารสนเทศ หรือพบเห็นช่องโหว่ (Vulnerability) ของระบบทั้งเชิงเทคนิคและการดำเนินงาน หรือสิ่งที่อาจสร้างความเสี่ยงให้กับบริษัทต้องแจ้งหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลโดยเร็ว
  5. บุคลากรของบริษัทต้องใช้สื่ออินเทอร์เน็ตและระบบคอมพิวเตอร์เท่าที่จำเป็นและเป็นประโยชน์ต่อการทำงาน
  6. บุคลากรของบริษัทต้องไม่ใช้สื่ออินเทอร์เน็ตในทางที่จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตของบริษัท
  7. บุคลากรของบริษัทต้องไม่ใช้สื่ออินเทอร์เน็ต ระบบคอมพิวเตอร์ หรือวัสดุอุปกรณ์ใด ๆ เพื่อค้นหา เผยแพร่ หรือจัดเก็บข้อมูลที่ไม่เหมาะสม ขัดต่อศีลธรรมอันดีและกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ นโยบายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
  8. บุคลากรของบริษัทต้องใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้อง หากจำเป็นต้องติดตั้งโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพิ่มเติมเพื่อการปฏิบัติงาน ให้ติดต่อหน่วยงานที่ดูแลงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของบริษัท
  9. บุคลากรของบริษัทต้องเก็บรักษารหัสผ่านสำหรับเข้าระบบคอมพิวเตอร์และโปรแกรมคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ ของบริษัทเป็นความลับ เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลอื่นเข้าถึงสารสนเทศของบริษัท
  10. กรณีที่บริษัทอนุญาตให้มีการว่าจ้างลูกจ้างชั่วคราว นักศึกษาฝึกงาน ตลอดจนหน่วยงาน บริษัท ผู้ขาย คู่ค้า คู่สัญญา ที่ปรึกษา ลูกค้าของบริษัท บุคคลที่มิใช่พนักงานของบริษัท เข้าใช้ระบบสารสนเทศของบริษัท ผู้บังคับบัญชาในสายงานต้องควบคุมการใช้ระบบสารสนเทศของบุคคลดังกล่าวให้เป็นไปตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ นโยบายต่าง ๆ ของบริษัท
  11. บุคลากรของบริษัทต้องให้ความร่วมมือในการตรวจสอบ ควบคุม และการดำเนินการใด ๆ เพื่อความปลอดภัยในการใช้ระบบสารสนเทศของบริษัท
  1. บริษัทจัดให้มีระบบการควบคุมภายในที่เหมาะสมและเพียงพอ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าบริษัทดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการดำเนินงาน ความน่าเชื่อถือและความถูกต้องของรายงานทางการเงิน และการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง
  2. บริษัทจัดให้มีการตรวจสอบภายในเพื่อเป็นกลไกสำคัญในการวัดระดับความเหมาะสมและเพียงพอของระบบการควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง
  3. บริษัทส่งเสริมความรู้ความเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญในการปฏิบัติตามระบบการควบคุมภายในและตรวจสอบภายในแก่บุคลากรทุกระดับของบริษัท
  4. บุคลากรของบริษัทต้องยึดถือระบบการควบคุมภายในและตรวจสอบภายในเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติงาน เพื่อให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ถูกต้อง และเชื่อถือได้
  5. คณะกรรมการตรวจสอบมีหน้าที่ติดตามและสอบทานความเหมาะสมและเพียงพอของระบบการควบคุมภายในเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพธุรกิจที่แท้จริงอยู่เสมอ

ห้ามกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทเรียกร้อง ดำเนินการ หรือยอมรับการทุจริตคอร์รัปชันในทุกประเทศและทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่ธุรกิจของบริษัทเข้าไปเกี่ยวข้อง โดยร่วมกันส่งเสริมค่านิยมความซื่อสัตย์สุจริต และความรับผิดชอบให้เป็นวัฒนธรรมองค์กร ทั้งนี้ ให้นโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันมีเนื้อหาครอบคลุมถึงการดำเนินการของบริษัทในเรื่องดังต่อไปนี้

  1. บุคลากรของบริษัทต้องไม่ประกอบธุรกิจที่แข่งขันกับบริษัทไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม
  2. บุคลากรของบริษัทต้องไม่กระทำการที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ของบริษัทหรือการกระทำที่ก่อให้เกิดภาระผูกพันที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม
  3. บุคลากรของบริษัทต้องไม่ใช้เวลาทำงานไปทำกิจการส่วนตัวหรือกิจกรรมใด ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท อันส่งผลกระทบต่อความสามารถและประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานในหน้าที่ของตน
  4. บุคลากรของบริษัทต้องไม่มีส่วนในการพิจารณารายการที่ตนมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ในกรณีจำเป็นต้องเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ให้รายงานต่อผู้บังคับบัญชาโดยทันที
  5. บุคลากรของบริษัทต้องระมัดระวังไม่ให้ความสัมพันธ์ส่วนบุคคลที่มีต่อบุคคลอื่นหรือหน่วยงานใด ๆ กระทบต่อผลประโยชน์สูงสุดของบริษัท
  6. บุคลากรของบริษัทต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และการเปิดเผยข้อมูลรายการที่เกี่ยวโยงกัน ตามที่กฎหมายหรือหน่วยงานกำกับดูแลกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด และเป็นไปตามระเบียบของบริษัท
  7. ในกรณีที่บริษัทมีความจำเป็นต้องทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน รายการนั้นจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขการค้าทั่วไปตามหลักการที่คณะกรรมการบริษัทอนุมัติ ด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม เปรียบเสมือนการทำรายการกับบุคคลภายนอก และคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของบริษัท
  8. ในกรณีที่เป็นรายการที่เกี่ยวโยงกันซึ่งไม่เป็นไปตามเงื่อนไขการค้าทั่วไปตามหลักการที่คณะกรรมการบริษัทอนุมัติ หรือมีลักษณะและขนาดของรายการไม่อยู่ในอำนาจการพิจารณาของฝ่ายจัดการ ต้องผ่านการสอบทานและให้ความเห็นจากคณะกรรมการตรวจสอบ ก่อนนำเสนอขออนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทหรือผู้ถือหุ้น
  1. บริษัทจัดให้มีการบริหารจัดการด้านภาษีอย่างโปร่งใส เป็นธรรม ตรวจสอบได้ ตามแนวทางที่กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องของทุกประเทศที่บริษัทดำเนินการ เพื่อให้บริษัทได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เหมาะสม และสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อประโยชน์สูงสุดต่อบริษัทและผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง
  2. บริษัทจัดให้มีการวางแผน ศึกษา วิเคราะห์ผลกระทบทางภาษีสำหรับโครงการลงทุนต่าง ๆ ของบริษัทให้เหมาะสมก่อนเข้าลงทุน
  3. บริษัทจัดให้มีผู้รับผิดชอบด้านภาษีในการประสานงาน ติดต่อกับหน่วยงานภาษีของรัฐบาล ที่มีความรู้ ทักษะด้านภาษี โดยให้ข้อมูลทางภาษีที่ถูกต้องตรงตามข้อเท็จจริงในการดำเนินธุรกิจ

ห้ามกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทเรียกร้อง ดำเนินการ หรือยอมรับการทุจริตคอร์รัปชันทุกรูปแบบทั้งทางตรงหรือทางอ้อมเพื่อประโยชน์ต่อตนเองหรือบุคคลใด ๆ ในทุกประเทศและทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่ธุรกิจของบริษัทเข้าไปเกี่ยวข้อง กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนต้องร่วมกันส่งเสริมค่านิยมความซื่อสัตย์สุจริต และความรับผิดชอบให้เป็นวัฒนธรรมองค์กร ทั้งนี้ ให้นโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันมีเนื้อหาครอบคลุมถึงการดำเนินการของบริษัทในเรื่องดังต่อไปนี้

  1. บริษัทจัดให้มีการประเมินความเสี่ยงด้านการทุจริตคอร์รัปชันของบริษัทและจัดทำมาตรการปฏิบัติที่สอดคล้องกับความเสี่ยงนั้นและเป็นไปตามระบบควบคุมภายใน โดยมีการทบทวนเป็นประจำทุกปี
  2. บริษัทจัดทำขั้นตอนปฏิบัติซึ่งมีรายละเอียดที่เพียงพอต่อการนำไปปฏิบัติให้เป็นไปตามนโยบายนี้ และสามารถป้องกันการเกิดทุจริตคอร์รัปชันในการดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  3. บริษัทจัดให้มีการปฐมนิเทศและการฝึกอบรมให้แก่บุคลากร เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบาย มาตรการ และขั้นตอนปฏิบัติในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน
  4. บริษัทจัดให้มีระบบควบคุมภายในที่เหมาะสมกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทเพื่อให้มั่นใจในประสิทธิภาพและประสิทธิผลของนโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งครอบคลุมถึงกระบวนการเก็บบันทึกข้อมูลทางการเงิน การบัญชี กระบวนการบริหารทุนมนุษย์ และกระบวนการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของบริษัท
  5. บริษัทจัดให้มีการรายงาน การติดตาม และการทบทวนเกี่ยวกับการปฏิบัติตามนโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน โดยมีขั้นตอนการดำเนินการที่เหมาะสม เพื่อให้มั่นใจได้ว่านโยบายมีความครบถ้วน เพียงพอ และทันต่อสภาวการณ์
  6. บริษัทจัดให้มีช่องทางในการสื่อสารที่ปลอดภัยให้บุคลากรของบริษัทและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายสามารถขอคำแนะนำ แจ้งเบาะแส ข้อเสนอแนะ หรือร้องเรียนกรณีเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชัน โดยมีมาตรการคุ้มครองสิทธิให้แก่บุคคลดังกล่าว
  7. บริษัทจัดให้มีการสื่อสารนโยบายในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันทั้งภายในและภายนอกบริษัท เพื่อให้เกิดการปฏิบัติตามในวงกว้าง ซึ่งรวมไปถึงการแจ้งให้บริษัทย่อย บริษัทร่วม บริษัทอื่นที่บริษัทมีอำนาจในการควบคุม และตัวแทนทางธุรกิจ นำนโยบายในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันของบริษัทไปปฏิบัติ
  8. บริษัทส่งเสริมให้มีการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติที่ดีระหว่างบริษัทอื่นที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกันกับบริษัท รวมทั้งผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพื่อเป็นแนวร่วมปฏิบัติและเข้าร่วมในกิจกรรมต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันซึ่งจัดขึ้นโดยบริษัท สมาคม หอการค้า หรือหน่วยงานกำกับดูแลอื่น ๆ

การรับและให้ของขวัญ บริการต้อนรับ การเลี้ยงรับรอง หรือประโยชน์อื่นใด สามารถกระทำได้โดยต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้

  1. ดำเนินการในนามบริษัทอย่างถูกต้อง เปิดเผย และโปร่งใส
  2. ไม่ขัดต่อหลักศีลธรรม เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบปฏิบัติของบริษัท รวมถึงหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
  3. มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ เทศกาล และขนบธรรมเนียมประเพณีในแต่ละท้องถิ่น
  4. ไม่ใช้เป็นข้ออ้างสำหรับการทุจริตคอร์รัปชัน
  5. ไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ของบริษัท
  6. ห้ามรับหรือให้ของขวัญ บริการต้อนรับ การเลี้ยงรับรอง หรือประโยชน์อื่น ๆ ทั้งทางตรงหรือทางอ้อม หากการกระทำเหล่านั้นมีผลต่อการดำเนินงานของบริษัท
  7. ในกรณีที่พนักงานตกอยู่ในสถานการณ์ที่เป็นภัยคุกคามต่อร่างกายหรือเชื่อว่าชีวิตของตนเองกำลังตกอยู่ในอันตราย พนักงานอาจจะพิจารณาจ่ายเงินหรือประโยชน์อื่นใดได้ โดยจะต้องจัดทำเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรในภายหลังเพื่อรายงานต่อผู้บังคับบัญชาและสำนักตรวจสอบภายใน โดยวัตถุประสงค์และลักษณะของการจ่ายเงินดังกล่าวจะต้องได้รับการบันทึกข้อมูลไว้อย่างถูกต้องชัดเจน
  1. บริษัทยึดมั่นการประกอบธุรกิจกับลูกค้าและคู่ค้าที่น่าเชื่อถือ ซึ่งดำเนินธุรกิจถูกต้องตามกฎหมาย และพึงระมัดระวังการติดต่อทำธุรกรรมกับบุคคลหรือนิติบุคคลที่ต้องสงสัยว่าอาจกระทำความผิดตามกฎหมาย
  2. บริษัทไม่ให้ความช่วยเหลือ หรือหลีกเลี่ยงการกระทำใด ๆ เพื่อปกปิดหรืออำพรางที่มาของเงินหรือทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำผิด และไม่ทำธุรกรรมใด ๆ ที่อาจทำให้เงินหรือทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำผิดถูกแปรสภาพ เปลี่ยนรูป หรือถูกแปลงให้เป็นทรัพย์สินที่ได้มาโดยชอบด้วยกฎหมาย รวมถึงพฤติกรรมการสนับสนุนช่วยเหลือตามกรณีดังกล่าวข้างต้นด้วย
  3. บุคลากรของบริษัทยินดีให้ความร่วมมือโดยปราศจากเงื่อนไขกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันการฟอกเงินในระบบธุรกิจ รวมทั้งปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินอย่างเคร่งครัด หากมีข้อสงสัยให้ขอคำปรึกษาจากฝ่ายกฎหมายหรือที่ปรึกษาทางด้านกฎหมายของบริษัท
  1. บริษัทมีความเป็นกลางทางการเมือง ไม่มีนโยบายให้การช่วยเหลือทางการเมืองหรือกระทำการอันเป็นการฝักใฝ่พรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมืองใด ๆ
  2. บุคลากรของบริษัทมีหน้าที่ สิทธิ และเสรีภาพตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
  3. บุคลากรของบริษัทสามารถเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองได้ในนามส่วนตัว โดยจะต้องไม่กระทบกับเวลาและการปฏิบัติหน้าที่ของบริษัท ไม่แสดงความคิดเห็นหรือวิธีใด ๆ อันก่อให้เกิดความเข้าใจว่าบริษัทมีส่วนเกี่ยวข้องหรือสนับสนุนพรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมืองใด ๆ
  4. บุคลากรของบริษัทต้องไม่ใช้ทรัพย์สินของบริษัทหรือให้บริการในนามของบริษัทเพื่อให้ความช่วยเหลือทางการเมือง หรือกระทำการใด ๆ อันก่อให้เกิดความเข้าใจว่าบริษัทมีส่วนเกี่ยวข้องหรือให้การสนับสนุนพรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมืองใด ๆ
  5. ในกรณีที่มีพรรคการเมืองติดต่อขอเช่าใช้สถานที่ จะต้องดำเนินการตามระเบียบปฏิบัติต่าง ๆ ของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการขายหรือการให้เช่าพื้นที่ และต้องได้รับการอนุมัติจากผู้ที่มีอำนาจตามระเบียบอำนาจอนุมัติดำเนินการของบริษัท โดยไม่เอื้อประโยชน์ต่อพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งเป็นกรณีพิเศษ และจะต้องยึดถือแนวปฏิบัติเดียวกันกับทุกพรรคการเมืองด้วยความโปร่งใส และเป็นธรรม
  6. บุคลากรของบริษัทต้องไม่ใช้อำนาจหน้าที่เพื่อชี้ชวน กดดัน หรือบังคับเพื่อนร่วมงานหรือผู้ใต้บังคับบัญชาให้สนับสนุนกิจกรรมใด ๆ ทางการเมืองไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม
  1. บุคลากรของบริษัทต้องดูแลรักษาทรัพย์สินของบริษัทให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ดี และปกป้องทรัพย์สินของบริษัทมิให้เสียหายหรือสูญหาย
  2. ในกรณีที่ทรัพย์สินของบริษัทที่มีพนักงานหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งรับผิดชอบดูแลเกิดความเสียหาย หรือสูญหาย บุคคลนั้นต้องรับผิดชอบร่วมกันกับบริษัทตามที่กำหนดไว้ในระเบียบ ข้อบังคับ หรือนโยบายต่าง ๆ ของบริษัท
  3. บุคลากรของบริษัทต้องใช้ทรัพย์สินของบริษัทในการปฏิบัติหน้าที่อย่างประหยัดและรู้คุณค่าเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยคำนึงถึงการรักษาสภาพแวดล้อมและอนุรักษ์พลังงานควบคู่ไปด้วย
  4. บุคลากรของบริษัทต้องไม่ใช้ทรัพย์สินใด ๆ ของบริษัทเพื่อประโยชน์ส่วนตัวหรือบุคคลอื่นโดยมิชอบ ทั้งทางตรงและทางอ้อม หรือใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย
  5. เมื่อพ้นจากสภาพการเป็นบุคลากรของบริษัท จะต้องส่งมอบทรัพย์สินต่าง ๆ ที่ใช้ในการปฏิบัติงาน รวมถึงข้อมูลที่ใช้ในการปฏิบัติงาน ผลงาน สิ่งประดิษฐ์ คืนให้บริษัท ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลที่เก็บไว้ในรูปแบบใด ๆ และห้ามบันทึก คัดลอก หรือสำเนาข้อมูลเหล่านั้น เพื่อนำไปเผยแพร่หรือแสวงหาผลประโยชน์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากบริษัท
  1. บริษัทต้องดำเนินธุรกิจและส่งเสริมให้บุคลากรปฏิบัติงานภายใต้กฎหมายหรือข้อกำหนดที่เกี่ยวกับสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ไม่ว่าจะเป็นเครื่องหมายการค้า สิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ ความลับทางการค้า และทรัพย์สินทางปัญญาด้านอื่นที่กฎหมายกำหนด
  2. บุคลากรของบริษัทมีสิทธิและได้รับการสนับสนุนในการสร้างสรรค์ผลงานอย่างอิสระภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติงานตามหน้าที่ หรืองานที่ใช้ข้อมูลของบริษัท หรืองานที่ทำขึ้นเพื่อบริษัทโดยเฉพาะ ถือเป็นทรัพย์สินของบริษัท เว้นแต่ในกรณีที่บริษัทอนุญาตอย่างชัดเจนว่าให้ถือเป็นผลงานของผู้คิดค้น ผู้ประดิษฐ์ ผู้วิจัย หรือบุคคลอื่นได้
  3. บริษัทส่งเสริมบุคลากรของบริษัทให้ตระหนักถึงความสำคัญของการเคารพสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งในด้านที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานโดยตรงและการดำเนินชีวิตประจำวัน
  4. การนำผลงานหรือข้อมูลมาใช้ในการปฏิบัติงาน ผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องตรวจสอบให้มั่นใจว่าไม่เป็นการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่น
  1. บุคลากรของบริษัทต้องทำความเข้าใจกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่และความรับผิดชอบของตนโดยตรงอย่างถี่ถ้วน และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด หากมีข้อสงสัยให้ขอคำปรึกษาจากฝ่ายกฎหมายหรือที่ปรึกษาทางด้านกฎหมาย ห้ามปฏิบัติไปตามความเข้าใจของตนเองโดยไม่มีคำแนะนำ
  2. เมื่อบุคลากรของบริษัทต้องไปปฏิบัติงานในต่างประเทศ บุคลากรควรศึกษากฎหมาย ขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรมของประเทศนั้น ๆ ก่อนการดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท เพื่อไม่ให้ขัดกับกฎหมาย ขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรมของประเทศนั้น ๆ
  3. บริษัทสนับสนุนและเคารพการปกป้องสิทธิมนุษยชน ดูแลมิให้ธุรกิจของบริษัทเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการล่วงละเมิดสิทธิมนุษยชน เช่น ไม่สนับสนุนการบังคับใช้แรงงาน (Forced Labour) ต่อต้านการใช้แรงงานเด็ก (Child Labour)
  4. บุคลากรของบริษัทต้องให้ความเคารพนับถือและปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายด้วยความเป็นธรรมบนพื้นฐานของศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่แบ่งแยกถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ เพศ อายุ สีผิว ศาสนา การแสดงออกทางความคิด สภาพร่างกาย ฐานะ ชาติตระกูล
  5. บริษัทส่งเสริมให้มีการเฝ้าระวังการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านสิทธิมนุษยชนภายในบริษัท และส่งเสริมให้บริษัทย่อย ผู้ร่วมทุน คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายปฏิบัติตามหลักการสิทธิมนุษยชนตามมาตรฐานสากล
  6. บริษัทคุ้มครองสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียที่ได้รับความเสียหายจากการละเมิดสิทธิอันเกิดจากการดำเนินธุรกิจของบริษัท โดยพิจารณาชดเชยค่าเสียหายให้ไม่ต่ำกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด
  1. บริษัทมุ่งมั่นสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้าได้รับสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ ภายใต้ความปลอดภัยต่อสุขภาพ อนามัย ชีวิต และทรัพย์สิน
  2. บุคลากรของบริษัทต้องปฏิบัติตามสัญญาหรือข้อตกลงต่าง ๆ ที่มีต่อลูกค้าอย่างเป็นธรรม กรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติได้ต้องรีบเจรจากับลูกค้าล่วงหน้า เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขและป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหาย
  3. บุคลากรของบริษัทต้องปฏิบัติต่อลูกค้าทุกรายอย่างเท่าเทียมและเสมอภาค โดยไม่เลือกปฏิบัติ
  4. บริษัทต้องเปิดเผยข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ให้ลูกค้าทราบอย่างครบถ้วน ถูกต้อง และเพียงพอ โดยไม่ปกปิด บิดเบือนเนื้อหา ให้ข้อมูลเท็จ หรือทำให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับข้อมูลที่สื่อสารออกไป
  5. บริษัทต้องไม่นำภาพหรือเนื้อหาที่ก่อให้เกิดทัศนคติที่ไม่ดี การแบ่งแยกในสังคม หรือค่านิยมที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะเรื่องเพศและศีลธรรมมาใช้ในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายของบริษัท
  6. บริษัทมุ่งมั่นดูแลสภาพแวดล้อม พื้นที่ภายในและบริเวณโดยรอบทรัพย์สินภายใต้การบริหารงานของบริษัทให้มีความปลอดภัยต่อสุขภาพ อนามัย ชีวิต และทรัพย์สิน
  1. บริษัทดูแลให้มีระบบการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการอย่างเป็นธรรม โปร่งใส ปราศจากการทุจริตคอร์รัปชัน โดยมีหลักเกณฑ์การคัดเลือกและปฏิบัติต่อคู่ค้าทุกรายอย่างเท่าเทียมกัน เป็นไปตามกฎระเบียบของบริษัทและหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง
  2. บริษัทกำหนดให้มีกระบวนการคัดกรองคู่ค้าก่อนการเข้ารับงาน ตลอดจนมีการประเมินผลการดำเนินงานและความเสี่ยงของคู่ค้าเป็นประจำทุกปี
  3. บุคลากรของบริษัทต้องไม่เข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างกับคู่ค้าที่มีความเกี่ยวข้องกับตนเอง เช่น บุคคลหรือกิจการในครอบครัว พี่น้อง ญาติสนิท เป็นต้น
  4. การจัดซื้อจัดจ้างต้องไม่เจาะจงข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์หรือบริการจากคู่ค้ารายหนึ่งรายใดโดยเฉพาะ หรือพยายามเลือกสรรคุณลักษณะที่โน้มเอียงไปทางผลิตภัณฑ์หรือบริการนั้น ๆ อย่างจงใจ นอกจากจะมีความจำเป็นซึ่งมีเหตุผลสนับสนุนอย่างเพียงพอ
  5. บริษัทต้องให้รายละเอียดข้อมูลและเงื่อนไขต่าง ๆ ที่เหมือนกันแก่คู่ค้าทุกราย
  6. บุคลากรของบริษัทต้องปฏิบัติตามสัญญาหรือข้อตกลงต่าง ๆ ที่มีต่อคู่ค้าอย่างเป็นธรรม กรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติได้ต้องรีบเจรจากับคู่ค้าล่วงหน้า เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขและป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหาย
  7. บริษัทมุ่งมั่นรักษาสัมพันธภาพที่ยั่งยืนกับคู่ค้า ตลอดจนสร้างความร่วมมือกันด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
  1. บุคลากรของบริษัทต้องปฏิบัติตามสัญญาหรือข้อตกลงต่าง ๆ ที่มีต่อเจ้าหนี้อย่างเคร่งครัด กรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติได้ต้องรีบเจรจากับเจ้าหนี้ล่วงหน้า เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขและป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหาย
  2. บริษัทมุ่งมั่นบริหารงานเพื่อให้เจ้าหนี้มั่นใจในฐานะทางการเงิน และความสามารถในการชำระหนี้ที่ดีของบริษัท
  3. บริษัทต้องบริหารเงินกู้ยืมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการใช้เงิน ไม่นำเงินไปใช้ในทางที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อบริษัท
  4. บริษัทต้องเปิดเผยข้อมูลแก่เจ้าหนี้อย่างครบถ้วน ถูกต้อง และทันเวลา
  1. บริษัทจัดให้มีเงื่อนไขการจ้างงานที่เป็นธรรมเพื่อให้พนักงานได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมตามความรู้ ความสามารถ ศักยภาพ และผลการปฏิบัติงานของพนักงานด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม โดยสอดคล้องกับผลการดำเนินงานของบริษัท และเทียบเคียงได้กับบริษัทอื่นในกลุ่มธุรกิจเดียวกัน
  2. บริษัทบริหารและพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ และแรงจูงใจที่เหมาะสม
  3. บริษัทจัดให้มีกระบวนการพิจารณา การสรรหา การแต่งตั้ง การโยกย้าย การให้สวัสดิการ การให้รางวัล การเลิกจ้าง และการลงโทษพนักงานที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยปฏิบัติด้วยความสุจริตและเป็นธรรม
  4. บริษัทส่งเสริมให้พนักงานได้พัฒนาและแลกเปลี่ยนความรู้ความสามารถอย่างทั่วถึงและสม่ำเสมอ
  5. บริษัทมุ่งมั่นดูแลสภาพแวดล้อมในการทำงานให้มีความปลอดภัยต่อสุขภาพ อนามัย ชีวิต และทรัพย์สินของพนักงาน
  6. บริษัทต้องให้ข้อมูลสำคัญแก่พนักงานเพื่อให้ทราบผลการดำเนินงานและสภาพที่แท้จริงของบริษัท
  7. บริษัทสนับสนุนการหารือและความร่วมมือระหว่างบริษัทกับพนักงานหรือตัวแทนพนักงานในการนำเสนอข้อมูลแก่ผู้มีอำนาจในการตัดสินใจของบริษัทเกี่ยวกับการปรับปรุงคุณภาพชีวิตการทำงานเพื่อให้เกิดการพัฒนาร่วมกัน
  8. บริษัทเคารพสิทธิในการแสดงความคิดเห็นของพนักงานทุกระดับอย่างเท่าเทียมและเสมอภาค โดยปราศจากการแทรกแซง รวมถึงการจัดให้มีกระบวนการรับฟังข้อคิดเห็นและการร้องเรียนอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม
  9. บริษัทส่งเสริมและจัดกิจกรรมสนับสนุนให้พนักงานมีดุลยภาพในการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นด้านการทำงาน การศึกษา การพักผ่อน และการดูแลครอบครัว เป็นต้น
  1. บริษัทต้องปฏิบัติภายใต้กรอบกติกาของการแข่งขันที่เป็นธรรม ไม่แสวงหาข้อมูลที่เป็นความลับของคู่แข่งทางการค้าด้วยวิธีการที่ไม่สุจริต ไม่ทำลายชื่อเสียงของคู่แข่งทางการค้าโดยการกล่าวหาด้วยข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง หรือด้วยวิธีการที่ไม่เหมาะสม
  2. บุคลากรของบริษัทต้องศึกษาและปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการแข่งขันทางการค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศที่เกี่ยวข้อง ไม่ดำเนินการใด ๆ ที่ก่อให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม เช่น การฮั้วประมูล การผูกขาดทางการค้า การกำหนดราคาที่ไม่เป็นธรรมต่อลูกค้า เป็นต้น ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยให้ปรึกษาฝ่ายกฎหมายของบริษัท
  3. บริษัทส่งเสริมการแลกเปลี่ยนข้อมูลในเชิงสร้างสรรค์ต่อธุรกิจพัฒนาและบริหารศูนย์การค้าในภาพรวม เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่ธุรกิจและมีส่วนช่วยพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และประเทศชาติให้ยั่งยืน
  • ด้านสังคมและชุมชน
    1. บริษัทมุ่งมั่นประกอบธุรกิจอย่างมีจริยธรรม และรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม
    2. บริษัทมุ่งมั่นมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนที่ประกอบธุรกิจ และสังคมโดยรวม ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม
    3. บริษัทส่งเสริมให้บุคลากรในบริษัทมีจิตอาสาและรับผิดชอบต่อสังคมโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
    4. บริษัทส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมที่สร้างประโยชน์ที่ยั่งยืนแก่สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ภายใต้กรอบแนวทางดังต่อไปนี้
      • เป็นกิจกรรมที่สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท
      • เป็นกิจกรรมที่สามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องและเห็นผลอย่างชัดเจน
      • เป็นกิจกรรมที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมในระยะยาวอย่างแท้จริง
      • เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาการด้านการศึกษาและการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
    5. บริษัทส่งเสริมการสร้างงาน พัฒนาทักษะแรงงาน ตลอดจนอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของชุมชนซึ่งมีธุรกิจของบริษัทตั้งอยู่
    6. บริษัทสนับสนุนการเข้าร่วมเครือข่ายภาคประชาคม เฝ้าติดตามและมีส่วนร่วมทางสังคม การแลกเปลี่ยนและถ่ายทอดเทคโนโลยี ตลอดจนการบรรเทาความเดือดร้อนจากภัยพิบัติ
      ต่าง ๆ
  • ด้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พลังงาน และทรัพยากรธรรมชาติ
    1. บริษัทต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับ มาตรฐานการจัดการสิ่งแวดล้อม และข้อกำหนดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม พลังงาน และทรัพยากรธรรมชาติในการดำเนินธุรกิจของบริษัท
    2. บริษัทมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ทั้งในด้านการจัดการระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Management Policy) และด้านสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (Climate and Environment Policy)
    3. บริษัทมุ่งมั่นบริหารงานโดยมีเป้าหมายในการป้องกันและควบคุมไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และควบคุมการดำเนินกิจกรรมที่อาจเกิดความเสี่ยงต่อการใช้พลังงานและทรัพยากรธรรมชาติโดยสิ้นเปลือง
    4. บริษัทมุ่งมั่นทบทวนและพัฒนาการบริหารงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการประหยัดพลังงาน การใช้พลังงานทดแทน การอนุรักษ์ทรัพยากร การนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ และการกำจัดของเสียหรือวัตถุอันตรายอย่างถูกวิธี
    5. บริษัทจัดให้มีการประเมินและติดตามผลการดำเนินงานหรือผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม พลังงาน และทรัพยากรธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง
    6. บริษัทมุ่งมั่นสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องต่อผู้มีส่วนได้เสียส่วนต่าง ๆ เกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พลังงาน และทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งส่งเสริมและให้ความร่วมมือ เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องต่อองค์กร หน่วยงานภาครัฐ สังคม และสาธารณชนทั่วไป
    7. บริษัทมุ่งมั่นพัฒนาองค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พลังงาน และทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อสร้างนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท
  1. บริษัทต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับ และข้อกำหนดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในการดำเนินธุรกิจของบริษัท
  2. บริษัทจัดให้มีระเบียบปฏิบัติ และแผนดำเนินการด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในการทำงานอย่างเพียงพอและมีประสิทธิภาพ
  3. บริษัทจัดให้มีระบบรักษาความปลอดภัยและระบบเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพในปริมาณที่เพียงพอและเหมาะสมภายในสำนักงานและสถานประกอบการที่อยู่ภายใต้การบริหารของบริษัท
  4. บริษัทต้องป้องกันและควบคุมความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดความสูญเสียอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุ การบาดเจ็บ หรือความเจ็บป่วยจากการปฏิบัติงาน ทรัพย์สินสูญหายหรือเสียหาย การปฏิบัติงานไม่ถูกวิธี และความผิดพลาดอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้น
  5. บริษัทจัดให้มีการประชาสัมพันธ์และสื่อสารเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและเผยแพร่ข้อมูลด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยแก่บุคลากรของบริษัท ตลอดจนผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องอย่างเพียงพอและมีประสิทธิภาพ
  6. บริษัทจัดให้มีการประเมินและติดตามผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ
  7. บริษัทจัดให้มีการเตรียมความพร้อมต่อเหตุวิกฤตต่าง ๆ ที่อาจทำให้การดำเนินธุรกิจหยุดชะงัก หรือก่อให้เกิดความเสื่อมเสียชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของบริษัทอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ
  1. บริษัทมุ่งมั่นดำเนินกิจกรรมประชาสัมพันธ์หรือกิจกรรมทางการตลาดอย่างชัดเจน เป็นธรรม และเข้าถึงได้ทุกภาคส่วน เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้บริโภค
  2. บริษัทต้องให้ข้อมูล โฆษณา หรือประชาสัมพันธ์ บนพื้นฐานของความถูกต้องและสร้างสรรค์ ไม่บิดเบือนความจริงหรือดำเนินการใด ๆ ซึ่งขัดต่อกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือชี้นำให้ผู้มีส่วนได้เสียเข้าใจผิด
  3. บริษัทต้องสื่อสารและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับบริษัทแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายอย่างครบถ้วน ทันเวลา และเท่าเทียมกัน
  4. บริษัทตระหนักในสภาพและความคาดหวังของสังคมในปัจจุบันและสนองตอบต่อสถานการณ์นั้นอย่างถูกต้อง เต็มกำลังความสามารถ และรวดเร็ว รวมทั้งสื่อสารให้สาธารณชนรับทราบการดำเนินการดังกล่าว เช่น การจัดงานแถลงข่าว การเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์หรือกิจกรรมต่าง ๆ ของบริษัท เป็นต้น

นโยบายการจัดการระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพฉบับนี้ จัดทำขึ้นตามเจตนารมณ์ในการดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงชุมชนและสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการตัดสินใจ กระบวนการสรรหาพื้นที่ กระบวนการวางแผน ออกแบบ ก่อสร้าง รื้อถอน ปรับปรุงและบริหารจัดการโครงการภายใต้การดูแลรับผิดชอบของบริษัท มีแนวทางในการจัดการระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ ถูกต้องตามกฎหมาย เป็นไปตามเจตจำนงค์ในการเป็นองค์กรที่ดีของสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม

นโยบายการจัดการระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพฉบับนี้ ถือเป็นส่วนหนี่งของนโยบายการกำกับดูแลกิจการ ในหมวดที่ 3 การคำนึงถึงบทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย หมวดย่อย “สังคม ชุมชนและสิ่งแวดล้อม” ครอบคลุมการดำเนินงานของบริษัทใน 2 ส่วน ได้แก่ 1) ส่วนพัฒนาและก่อสร้าง และ 2) ส่วนปฏิบัติการบริหารทรัพย์สินและองค์กร โดยระบบนิเวศที่บริษัทดูแลและอนุรักษ์คือพื้นที่ภายในศูนย์การค้าและโดยรอบ รวมถึงชุมชนรอบข้าง มีหลักในการดำเนินการและปฎิบัติ ดังนี้

  1. ไม่พัฒนาโครงการในพื้นที่หวงห้าม พื้นที่คุ้มครอง หรือ เขตอนุรักษ์ต่างๆ ตามที่กฎหมายกำหนด
  2. มีการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และรายงานความเสี่ยงที่เกี่ยวกับระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ ด้วยกระบวนการที่เหมาะสมก่อน ระหว่าง และหลังการพัฒนาโครงการ รวมถึงโครงการปรับปรุง (Renovation) ตามที่กฎหมายกำหนด
  3. ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญภายนอกในการสำรวจและศึกษาระบบนิเวศวิทยา และดำเนินการดูแลและอนุรักษ์พันธุ์ไม้ และพันธุ์สัตว์อนุรักษ์ ในระบบนิเวศบริเวณพื้นที่โดยรอบของการพัฒนาและก่อสร้าง
  4. เลือกใช้วัสดุหรืออุปกรณ์ในการก่อสร้างที่มาจากแหล่งผลิตที่ถูกต้องตามกฎหมาย มีความปลอดภัย ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และลดการก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจก
  5. จัดให้มีมาตรการดูแลการจัดการสิ่งแวดล้อม ความหลากหลายทางชีวภาพ และระบบนิเวศ ตลอดจนให้ความสำคัญกับการจัดการของเสีย และการบำบัดน้ำเสีย เพื่อลดผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวาพในทุกกระบวนการพัฒนาและดำเนินงาน
  6. ให้ความสำคัญกับการรับฟังเสียงชุมชน และผู้มีส่วนได้เสียตามหลักสิทธิมนุษยชน มีการหารือกับผู้มีส่วนได้เสียที่ได้ผลกระทบโดยตรง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาโครงการของบริษัทเพื่อลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ
  7. ส่งเสริมให้พนักงาน และผู้มีส่วนได้เสีย ตระหนักถึงผลกระทบด้านนิเวศวิทยา และความหลากหลายทางชีวภาพจากการดำเนินธุรกิจ และปลูกจิตสำนึกให้พนักงานมีส่วนร่วมแสดงความรับผิดชอบในขอบเขตที่พึงกระทำได้
  8. เปิดเผย และสื่อสารนโยบาย การจัดการระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ รวมทั้งมาตรการปฏิบัติ ต่อสาธารณะ ผู้เช่า คู่ค้า ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมทั้งกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน บริษัทย่อย บริษัทร่วม บริษัทอื่นที่บริษัทมีอำนาจในการควบคุม ตัวแทนทางธุรกิจ และคู่ค้า เป็นต้น
  9. สื่อสารช่องทางการแจ้งเบาะแสและการร้องเรียนให้กับชุมชน และสังคมอย่างชัดเจน ในกรณีพบเห็นการดำเนินงานที่อาจก่อให้เกิดการทำลายระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ

แนวทางการปฏิบัติด้านภาษีฉบับนี้ จัดทำขึ้นเพื่อให้ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) (CPN) มีการจัดทำและบริหารจัดการทางด้านภาษีที่เหมาะสมและยั่งยืน รวมถึงการส่งเสริมให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทางด้านภาษีของบริษัทฯ สามารถดำเนินงานทางด้านภาษีให้สอดคล้องกับบริษัทฯ ส่งเสริม สนับสนุนให้ทุกบริษัทฯ ที่ตั้งอยู่ในทุกประเทศ มีแนวทางการปฏิบัติด้านภาษีที่โปร่งใส ถูกต้องตามกฎหมาย เป็นไปตามเจตจำนงค์ในการเป็นองค์กรที่ดีของสังคมและประเทศชาติ

แนวทางการปฏิบัติด้านภาษี ถือเป็นส่วนหนี่งของนโยบายการกำกับดูแลกิจการ ในหมวดที่ 4 การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส หมวดย่อยผู้สอบบัญชี และการจัดทำรายงานทางการเงิน ซึ่งได้รับการอนุมัติโดย คณะกรรมการจัดการบริษัท ผ่านการตรวจทานโดย ผู้บริหารสูงสุดในสายงานการเงิน บัญชี และความเสี่ยง เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน และ การจัดการทางภาษีอย่างเหมาะสม โดยมีหลักในการดำเนินการและปฎิบัติ ดังนี้

  1. กำหนดกลยุทธ์ทางภาษีที่มั่นใจว่าการดำเนินการทางภาษีจะเป็นไปด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม มีความรับผิดชอบ ถูกต้องครบถ้วนตามกฎหมาย ข้อบังคับ ข้อกำหนดและกระบวนการกำกับทางภาษีที่เกี่ยวข้องในประเทศที่ดำเนินธุรกิจ ไม่หลีกเลี่ยงภาษี สอดคล้องกับกลยุทธ์ทางธุรกิจเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและยั่งยืนกับผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสีย และตามแนวทางการเป็นองค์กรที่ดีของสังคม
  2. ผู้บริหารและพนักงานมีหน้าที่ปฏิบัติตาม "จรรยาบรรณกรรมการและผู้บริหาร และจรรยาบรรณพนักงาน" อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันความเสี่ยงทางภาษี อันจะก่อให้เกิดความเสียหายด้านชื่อเสียงและทรัพย์สินของบริษัท โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสายงาน การเงิน บัญชี และความเสี่ยง มีหน้าที่ควบคุมความเสี่ยงทางด้านภาษี บริหารจัดการชำระภาษี และนำส่งภาษีภายในกำหนดระยะเวลา ขอคืนภาษีและใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมายหรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนจัดจ้างที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญทางด้านภาษีในการให้คำปรึกษา โดยกำหนดให้มีการตรวจทานแนวทางการปฏิบัติด้านภาษีเป็นประจำทุกปี เพื่อให้การดำเนินการทางด้านภาษีเกิดประโยชน์และเป็นธรรม ทั้งต่อประเทศชาติ และต่อองค์กร
  3. ดำเนินการขยายธุรกิจในประเทศ และต่างประเทศ สอดคล้องกับกลยุทธ์ทางธุรกิจ และการประชาสัมพันธ์ให้บริษัทฯเป็นที่รู้จัก มิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อยักย้าย ฟอกเงิน หรือหลีกเลี่ยงภาษีแต่อย่างใด อีกทั้งไม่มีนโยบายขยายธุรกิจในประเทศปลอดจากภาระภาษี (Tax Haven)

นโยบายการบริหารห่วงโซ่อุปทานฉบับนี้ จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินงานและให้ผู้บริหารและพนักงานถือปฏิบัติ โดยให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจกับคู่ค้าอย่างโปร่งใส ซื่อสัตย์สุจริต และเป็นธรรม ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน คำนึงถึงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตลอดจน ความปลอดภัย อาชีวอนามัย โดยมีเจตจำนงค์ในการส่งเสริมคู่ค้าและหุ้นส่วนทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับบริษัททั้งทางตรงและทางอ้อม ร่วมกันสร้างห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Management) ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้เสีย และสร้างความยั่งยืนของธุรกิจของบริษัทและของคู่ค้าในระยะยาว โดยขอบเขตของห่วงโซ่อุปทานของบริษัท แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1) ส่วนพัฒนาและก่อสร้าง ครอบคลุมการจัดซื้อวัตถุดิบ ระบบอุปกรณ์และว่าจ้างผู้รับเหมาในการออกแบบและก่อสร้างอาคารศูนย์การค้า และ 2) ส่วนปฏิบัติการบริหารทรัพย์สินและองค์กร ครอบคลุมการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวกและว่าจ้างผู้รับเหมาในการให้บริการภายในศูนย์การค้า

นโยบายการบริหารห่วงโซ่อุปทาน ถือเป็นส่วนหนี่งของนโยบายการกำกับดูแลกิจการ ในหมวดที่ 3 การคำนึงถึงบทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย หมวดย่อยการปฏิบัติต่อคู่ค้าด้วยความเป็นธรรม และคำนึงถึงผลประโยชน์ร่วมกัน โดยมีหลักในการดำเนินการ ดังนี้

  1. กำหนดกลยุทธ์ในการบริหารห่วงโซ่อุปทานที่มั่นใจว่าการบริหารและจัดการจะเป็นไปด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม ตรวจสอบได้ มีความรับผิดชอบ ถูกต้องตามกฎหมาย ข้อบังคับ ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องในประเทศที่ดำเนินธุรกิจและแนวทางระดับสากล สอดคล้องกับกลยุทธ์ทางธุรกิจเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและยั่งยืนร่วมกัน
  2. กำหนดกระบวนการคัดกรองคู่ค้าก่อนการเข้ารับงานให้กับบริษัทในแต่ละโครงการ/งาน โดยมีเกณฑ์ในการคัดกรองแบ่งเป็น 3 ด้าน ดังนี้
    • ความน่าเชื่อถือของบริษัทและความสามารถทางด้านการบริหารการเงิน
    • ด้านเทคนิคและนวัตกรรมทางเทคโนโลยี
    • การบริหารจัดการและการคำนึงถึงผลกระทบด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัย และคุณภาพของงาน
  3. กำหนดมาตรฐานและข้อบังคับด้านการกำกับดูแลกิจการ สิ่งแวดล้อมและหลักมนุษยชน ในสัญญาว่าจ้าง และในคู่มือจรรยาบรรณและแนวทางการปฏิบัติของคู่ค้า (CPN Code of Conduct for Suppliers)
  4. กำหนดให้มีกลไกในการประเมินผลงานการดำเนินการของคู่ค้า มีการสุ่มประเมินโดยหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบ และมีการขึ้นทะเบียนผู้ผลิต/ผู้รับจ้าง ตามเกณฑ์นโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและพิจารณาการคงสภาพผู้ผลิต/ผู้รับจ้างรายนั้น ๆ ในระบบในปีถัดไป
  5. ดำเนินการจัดจ้างและทำสัญญาอย่างโปร่งใส เสมอภาค และเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย สอดคล้องและเป็นไปตามนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง และกระบวนการเชิญประมูล
  6. กำหนดให้มีกลไกในการประเมินความเสี่ยงของคู่ค้า และการศึกษาวิเคราะห์รายจ่ายของบริษัท (Contract Value Assessment and Spend Analysis) เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อการดำเนินธุรกิจ และ ชื่อเสียงขององค์กร
  7. ร่วมมือพัฒนาคู่ค้าให้กลายเป็นคู่ธุรกิจ (Partnership) โดยการพัฒนาศักยภาพ ผ่านการทำธุรกิจบนพื้นฐานการรับฟังและให้ข้อมูลป้อนกลับ
  8. เปิดเผย และสื่อสารนโยบาย การบริหารห่วงโซ่อุปทาน รวมทั้งมาตรการปฏิบัติ ต่อสาธารณะ ผู้เช่า คู่ค้า ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมทั้งกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน บริษัทย่อย บริษัทร่วม บริษัทอื่นที่บริษัทมีอำนาจในการควบคุม ตัวแทนทางธุรกิจ และคู่ค้า เป็นต้น
  9. สื่อสารช่องทางการแจ้งเบาะแสและการร้องเรียนให้กับคู่ค้าอย่างชัดเจน ในกรณีเกิดเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่พนักงานปฏิบัติต่อคู่ค้าอย่างไม่เป็นธรรม

นโยบายการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยฉบับนี้ มุ่งมั่นที่จะพัฒนาการบริการที่มีการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยให้อยู่ในระดับมาตรฐานสากลและเป็นไปตามกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง เป็นที่ยอมรับของลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ (Shopper) ผู้เช่า (Tenant) พนักงานของบริษัทและผู้ที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ซึ่งกำหนดเป็นแนวปฏิบัติในการบริหารงานและดำเนินธุรกิจ ดังต่อไปนี้

  1. พัฒนาระบบการบริหารงานตามมาตรฐานด้านความปลอดภัย และการจัดการอาชีวอนามัย เพื่อให้มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง และเกิดการพัฒนาปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนสามารถควบคุมความเสี่ยงต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  2. ประเมินความสอดคล้อง ปฏิบัติตาม และติดตามการเปลี่ยนแปลงของกฎหมาย และข้อกำหนดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับด้านความปลอดภัย และการจัดการอาชีวอนามัย อย่างทันต่อเหตุการณ์
  3. กำหนดให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (คปอ.) ประจำทุกสาขา และในภาพรวมองค์กร มีหน้าที่กำกับดูแลมาตรการความปลอดภัยทั้งต่อสุขภาพ ทรัพย์สิน และชีวิตของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มสอดคล้องกับหลักการบริหารความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ
  4. ส่งเสริมสนับสนุนการปฏิบัติงานของพนักงานให้มีสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัยและถูกสุขลักษณะ ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพทางกายและจิตใจ
  5. ส่งเสริมให้พนักงานมีจิตสำนึกตระหนักถึงความปลอดภัย และการจัดการอาชีวอนามัยในการทำงาน รวมถึงมีการกำหนดเป้าหมายและแผนงาน เพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันการบาดเจ็บจากการเกิดอุบัติเหตุ ปัจจัยเสี่ยงที่จะมีผลต่อการเจ็บป่วยหรือโรคอันเนื่องมาจากการทำงาน
  6. ส่งเสริมให้ผู้เช่า คู่ค้าและผู้ที่เกี่ยวข้อง ตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย และแสวงหาความร่วมมือและความรับผิดชอบร่วมกัน เพื่อให้การดำเนินการตามมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของบริษัทเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
  7. กำหนดระบบการตรวจติดตาม การตรวจสอบ มาตรการแก้ไขป้องกัน และการประเมินผลอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ตลอดจนรับฟังข้อห่วงใย และความคิดเห็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับด้านความปลอดภัย และการจัดการอาชีวอนามัย เพื่อประกอบการตัดสินใจในการดำเนินการต่างๆ ของบริษัทฯ

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย ดำเนินธุรกิจเป็นผู้พัฒนา ลงทุน บริหารอสังหาริมทรัพย์ ดำเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยตระหนักในหน้าที่รับผิดชอบที่มีต่อสิ่งแวดล้อม ชุมชน สังคม และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ในการดำรงและรักษาสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ตลอดการดำเนินธุรกิจ ครอบคลุมการดำเนินงานและบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ พลังงาน และสาธารณูปโภค รวมไปถึงสภาพภูมิอากาศ สภาพแวดล้อม ความหลากหลายทางชีวภาพ และการจัดการของเสีย เพื่อให้เกิดประโยชน์และประสิทธิภาพสูงสุด อย่างเป็นระบบและยั่งยืน บริษัทฯ จึงกำหนดนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้บริษัทฯ บริษัทในเครือ และทุกศูนย์การค้าภายใต้การบริหารของบริษัท ฯ ใช้เป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจ ดังนี้

  1. ดำเนินการและพัฒนาระบบการจัดการพลังงานและสาธารณูปโภค อาทิ น้ำ แก๊ส น้ำมัน ควบคู่ไปกับการดูแลสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยกำหนดให้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานของบริษัทฯ ในทุกขั้นตอนของการดำเนินธุรกิจจะต้องคำนึงถึงการอนุรักษ์พลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติ สภาพภูมิอากาศ และสิ่งแวดล้อม และปฏิบัติตามกฎหมายอนุรักษ์พลังงานและข้อกำหนดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด
  2. กำหนดเป้าหมายการบริหารจัดการด้านพลังงาน สาธารณูปโภค การดูแลสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ในแต่ละปีให้เหมาะสมกับปริมาณที่พึงใช้ โดยมุ่งเน้นการลดปริมาณการใช้ มีการทบทวนปรับปรุงนโยบาย เป้าหมาย ผลการดำเนินงาน และแผนการดำเนินงาน ตลอดจนเปรียบเทียบประสิทธิภาพการดำเนินงานเป็นประจำทุกปี และสื่อสารให้พนักงานเข้าใจและปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง
  3. กำหนดให้การบริหารจัดการด้านพลังงาน สาธารณูปโภค และการคำนึงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นหน้าที่รับผิดชอบของผู้บริหารและพนักงานของบริษัทฯ ทุกระดับ ที่จะให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดพร้อมทั้งติดตามตรวจสอบประเมินและรายงานผลอย่างต่อเนื่อง
  4. จัดให้มีระบบริหารงานตามมาตรฐานสากล อาทิ ระบบการจัดการพลังงาน ระบบการจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม และระบบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องทันสมัย โดยมุ่งเน้นการลดและป้องกันการเกิดมลพิษ มีการปรับปรุงสมรรถนะด้านพลังงานและสาธารณูปโภคอย่างต่อเนื่อง เหมาะสมกับลักษณะเทคโนโลยีที่ติดตั้ง รวมทั้งกำหนดให้มีการวิเคราะห์ ประเมินผล และควบคุมติดตามผล
  5. ให้การสนับสนุนที่จำเป็น ตลอดจนจัดสรรบุคลากร งบประมาณ เวลา การฝึกอบรม กิจกรรม และสนับสนุนการมีส่วนร่วมในการนำเสนอข้อคิดเห็นของพนักงานเพื่อพัฒนาการบริหารจัดการด้านพลังงาน สาธารณูปโภค รวมไปถึงการดูแลสภาพภูมิอากาศ และสิ่งแวดล้อม
  6. ส่งเสริมให้ความร่วมมือ เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่าง ๆ ด้านการบริหารจัดการพลังงาน สาธารณูปโภค สภาพภูมิอากาศ และสิ่งแวดล้อม ทั้งภายในองค์กร และต่อหน่วยงานภาครัฐ ชุมชนและสังคม

    นโยบายด้านสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม จะได้รับการทบทวนโดยผู้บริหารเป็นประจำทุกปี และเผยแพร่ให้พนักงานทุกระดับในองค์กร ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องที่ปฏิบัติงานให้กับองค์กรรับทราบ เพื่อให้ยึดถือเป็นปฏิบัติ