ข้อมูลธุรกิจของ CPN

นักลงทุนสัมพันธ์

CPN มีสินทรัพย์อยู่กี่แห่ง?

ปัจจุบัน บริษัทฯ มีศูนย์การค้าภายใต้การบริหารงานรวม 34 โครงการ อาคารสำนักงาน 7 โครงการ อาคารที่พักอาศัยเพื่อเช่า 1 โครงการ โรงแรม 2 โครงการ ซึ่งได้ว่าจ้างบริษัทภายนอกที่มีความชำนาญให้เป็นผู้บริหารงาน และโครงการอาคารที่พักอาศัยเพื่อขาย 10 โครงการ

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ให้ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN รีเทล โกรท (CPNREIT) เช่า ศูนย์การค้า 5 โครงการ อาคารสำนักงาน 2 โครงการ และโรงแรม 1 โครงการ ซึ่งบริษัทฯ ถือหุ้นประมาณร้อยละ 27 และได้ให้กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN คอมเมอร์เชียล โกรท (CPNCG) เช่าอาคารสำนักงาน 1 โครงการ ซึ่งบริษัทฯ ถือหุ้นร้อยละ 25 และบริษัทฯ เป็นผู้บริหารสินทรัพย์ของ CPNREIT และ CPNCG ซึ่งกองทุนอสังหาริมทรัพย์ทั้งสองแห่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

บริษัทฯ ยังถือหุ้นในบริษัท แกรนด์ คาแนล แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLAND ด้วยสัดส่วนร้อยละ 67.53 โดยโครงการภายใต้การบริหารของ GLAND ประกอบด้วย อาคารสำนักงาน 3 โครงการ โครงการที่พักอาศัยเพื่อขาย 1 โครงการ นอกจากนี้ยังมีที่ดินเปล่าในทำเลที่มีศักยภาพเหมาะสำหรับการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์แบบผสม (mixed-use development) ในพื้นที่กรุงเทพฯ ทั้งนี้ GLAND ได้ให้ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ อาคารสำนักงาน จีแลนด์ (GLANDRT) เช่าอาคารสำนักงาน 2 โครงการ โดย GLAND ถือหุ้น GLANDRT ร้อยละ 15 และเป็นผู้บริหารสินทรัพย์ ซึ่ง GLANDRT จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

CPN บริหารพื้นที่ค้าปลีกให้เช่าราว 1.8 ล้านตร.ม. พื้นที่สำนักงาน 170,000 ตร.ม.ห้องพักภายในโรงแรม 561 ห้อง และที่อยู่อาศัย 11 ห้อง สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาเยี่ยมชมหน้า "สินทรัพย์" บนตัวเลือกในเมนูหลัก
ณ สิ้นไตรมาส 4 ปี 2562 อัตราการเช่าพื้นที่เฉลี่ยของพื้นที่ค้าปลีกในประเทศทั้งหมดอยู่ที่ 93% และอัตราการเช่าพื้นที่ของอาคารสำนักงาน มีอัตราการเช่าพื้นที่อยู่ที่ 95%
CPN มีรูปแบบสัญญาที่ทำกับผู้เช่า 2 แบบ ประกอบด้วย สัญญาระยะสั้นและสัญญาระยะยาว ปัจจุบันสัญญาระยะสั้น คิดเป็นร้อยละ 87 ของพื้นที่ปล่อยเช่าทั้งหมด โดยสัญญาประเภทนี้จะมีการต่อสัญญาใหม่ทุกๆ 1-3 ปี โดยจะมีการคิดค่าเช่าทั้งที่เป็นรูปแบบอัตราคงที่ และรูปแบบคิดค่าเช่าตามสัดส่วนของยอดขายโดยมียอดชำระขั้นต่ำ ส่วนสัญญาระยะยาวคิดเป็นร้อยละ 15 ของพื้นที่ปล่อยเช่าทั้งหมด โดยสัญญาเช่ามีอายุสูงสุดไม่เกิน 20 ปี ซึ่ง CPN จะเก็บเงินก้อนใหญ่ในวันแรกและจะบันทึกรายได้ค่าเช่าเท่าๆ กันทุกปีตลอดอายุสัญญา ด้วยลักษณะการลงบันทึกบัญชีแบบเส้นตรง
  • พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์แบบผสมที่มีคุณภาพทั้งในประเทศและต่างประเทศ
  • เข้าซื้อโครงการคุณภาพที่ตั้งอยู่ในทำเลที่ดีทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเป็นโครงการที่มีศักยภาพในการพัฒนาและสามารถเพิ่มมูลค่าได้ในอนาคต
  • ปรับปรุงโครงการที่มีอยู่ในปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มศักยภาพและผลตอบแทนของโครงการ
  • ศึกษาโอกาสการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องและเกื้อหนุน เพื่อกระจายแหล่งรายได้ให้กับบรัษัทฯ
ปัจจุบัน CPN มี 5 ตราสินค้าภายใต้การดูแล:
    • เซ็นทรัลเวิลด์
    • เซ็นทรัลพลาซา
    • เซ็นทรัลเฟสติวัล
    • เซ็นทรัล ภูเก็ต
    • เซ็นทรัล วิลเลจ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาเยี่ยมชมหน้า "สินทรัพย์" บนตัวเลือกในหน้า "เกี่ยวกับ CPN"

บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายทางธุรกิจในระยะ 5 ปี (ปี 2563-2567) ที่จะมีรายได้เติบโตในอัตราเฉลี่ย (CAGR) อย่างน้อยร้อยละ 12 ต่อปี เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว บริษัทฯ ได้กำหนดแนวทางการขยายธุรกิจในรูปแบบการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์แบบผสม (Mixed-use Development) ประกอบด้วย การพัฒนาโครงการ ศูนย์การค้าใหม่ การปรับปรุงสินทรัพย์ที่มีอยู่ในปัจจุบันเพื่อเพิ่มมูลค่า รวมถึงการปรับขึ้นค่าเช่าตามปกติ และการปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานเพื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาโครงการอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่อง เช่น อาคารสำนักงาน โรงแรม ที่พักอาศัย เป็นต้น

ภายใต้ความเจริญทางเศรษฐกิจที่ขยายตัวสู่พื้นที่รอบนอกกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด บริษัทฯ มีการศึกษาโอกาสทางธุรกิจค้าปลีกในรูปแบบใหม่รวมทั้งนวัตกรรมด้าน การออกแบบและตกแต่งศูนย์การค้า เพื่อยกระดับให้ศูนย์การค้ามีความทันสมัย พร้อมมอบประสบการณ์ที่หลากหลายเพื่อตอบสนองต่อรูปแบบการใช้ชีวิตของลูกค้า ที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่เสมอทั้งลูกค้าชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ

นอกจากนั้น บริษัทฯ ได้ศึกษาโอกาสการลงทุนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในประเทศที่มีโอกาสและศักยภาพในการเติบโต อาทิ มาเลเซีย และเวียดนาม เพื่อการเติบโตตามเป้าหมายในอนาคตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

โครงการพัฒนาศูนย์การค้า

การขยายธุรกิจในประเทศ

ปัจจุบัน บริษัทฯ มีโครงการที่อยู่ระหว่างการดำเนินการก่อสร้าง 3 โครงการใหม่ ได้แก่ เซ็นทรัลพลาซา อยุธยา เซ็นทรัลพลาซา ศรีราชา ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการ ได้ภายใน ปี 2564 และเซ็นทรัลพลาซา จันทบุรี ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ภายใน ปี 2565 นอกจากนี้บริษัทฯ ยังมุงเน้นการปรับปรุงศูนย์การค้าเดิมอย่างต่อเนื่อง อาทิ เซ็นทรัล ภูเก็ต เฟสติวัล เซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยา บีช และเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว

การขยายธุรกิจต่างประเทศ

ปัจจุบัน บริษัทฯ ได้ร่วมพัฒนาศูนย์การค้า Central i-City ในประเทศมาเลเซีย ด้วยบริษัทฯ เล็งเห็นถึงโอกาสเติบโตทางธุรกิจและเพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยงใน การลงทุน จึงได้มองโอกาสการพัฒนาโครงการใหม่ ๆ ในพื้นที่ที่มีศักยภาพ โครงการ Central i-City เป็นการร่วมทุนระหว่าง CPN (60%) และ I-R&D Sdn. Bhd (“IRD”) (40%) บริษัทลูกของ I-Berhad โครงการนี้มีมูลค่ารวมกว่า 830 ล้านริงกิต หรือ ประมาณ 8,300 ล้านบาท ซึ่งได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อ วันที่ 15 มิถุนายน 2562

โครงการพัฒนาที่พักอาศัย

บริษัทฯ เล็งเห็นศักยภาพในการพัฒนาโครงการศูนย์การค้าในลักษณะพื้นที่แบบผสม (Mixed-use development) โดยวางแผนใช้ประโยชน์จากที่ดินที่เหลืออยู่ใน บริเวณศูนย์การค้าในปัจจุบันเพื่อพัฒนาธุรกิจเกี่ยวเนื่องอื่นๆ เพื่อสนับสนุนธุรกิจศูนย์การค้าซึ่งเป็นธุรกิจหลักให้เกิดประโยชน์สูงสุดและสร้างมูลค่าเพิ่มแก่บริษัทฯ นอกจากนี้บริษัทฯ ยังวางแผนเปิดตัวโครงการที่พักอาศัยเพื่อขายอีกประมาณ 3 โครงการต่อปี

ปัจจุบัน CPN มีโครงการที่อยู่อาศัยรูปแบบคอนโดมิเนียมบนที่ดินบริเวณศูนย์การค้าของ CPN จำนวน 8 โครงการ ซึ่งเป็นโครงการคอนโดมิเนียมภายใต้ชื่อ เอสเซ็นท์ (ESCENT) และ เอสเซ็นท์ วิลล์ (ESCENT VILLE)แบ่งเป็น โครงการที่สร้างเสร็จแล้วและอยู่ระหว่างการโอนให้กับลูกค้า 5 โครงการ ได้แก่โครงการ เซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ เซ็นทรัลพลาซา ขอนแก่น เซ็นทรัลพลาซา ระยอง เซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ แห่งที่ 2 และ เซ็นทรัลพลาซา เชียงราย ส่วน โครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนามีจำนวน 3 โครงการ ได้แก่ เซ็นทรัลพลาซา นครราชสีมา เซ็นทรัลพลาซา อุบลราชธานี และ เซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ แห่งที่ 3 และยังมีโครงการที่อยู่อาศัยที่อยู่นอกศูนย์การค้าของ CPN จำนวน 2 โครงการ คือ โครงการบ้านเดี่ยว นิยาม (NIYHAM) และ คอนโดมิเนียม ฟีล (PHYLL) โดยบริษัท ซีพีเอ็น เรซซิเด้นซ์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ CPN เป็นผู้ออกแบบ พัฒนา และบริหารโครงการดังกล่าว